ความเป็นไปได้ที่ไม่มีสิ้นสุด

  1. หน้าแรก >
  2. ข่าวสาร >
  3. News Archive - 2004 >
  4. กระทรวงอุตสาหกรรมจับมือ ฟูจิตสึ และ ซีเมนส์ ร่วมพัฒนาระบบเซ็นเตอร์ให้บริการศูนย์บริการข้อมูลผ่าน 1563

Fujitsu Systems Business (Thailand) Ltd.


กระทรวงอุตสาหกรรมจับมือ ฟูจิตสึ และ ซีเมนส์ ร่วมพัฒนาระบบเซ็นเตอร์ให้บริการศูนย์บริการข้อมูลผ่าน 1563


กระทรวงอุตสาหกรรม, กรุงเทพ,8 กันยายน 2004 — กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศเปิดตัวศูนย์บริการข้อมูลเพื่อประชาชน (Sub Call Center Service) ผ่านหมายเลข 1563 เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับหน่วยงานระดับกรม สำนักงาน และสถาบันอิสระทั้ง 20 หน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง รองรับการให้บริการประชาชน ช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของภาคเอสเอ็มอี ตอบสนองนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government) ที่ต้องการบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา ทั่วถึงและเป็นธรรม

รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสุมลมาลย์ กัลยาศิริ เปิดเผยว่า “จากการที่นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกิจการของรัฐฯ มากขึ้น ประกอบกับกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างสูงและเป็นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนเกี่ยวกับข้อมูลผู้ประกอบการอุตสาหกรรม การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการพิจารณาพร้อมดำเนินการจัดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลเพื่อประชาชน หรือ Sub call center ผ่านหมายเลข 1563”

กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการพัฒนาระบบดังกล่าว ร่วมกับผู้ให้บริการระบบชั้นนำได้แก่ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซีเมนส์ จำกัดในการเชื่อมโยงระบบข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ทั้ง 20 หน่วยงานเข้าสู่ระบบงานส่วนกลางที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริการข้อมูลของกระทรวง พร้อมจัดทำเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ ในการบริการผ่านระบบโทรศัพท์ รวมถึงการติดต่อผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อนำเสนอบริการที่เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานในกำกับกองกระทรวงอุตสาหกรรมสู่ภาคสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเป้าหมายภายนอก ซึ่งได้แก่ นักลงทุน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความสนใจนำข้อมูลมาช่วยในการพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ “ระบบศูนย์บริการข้อมูลเพื่อประชาชน นับเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจภาคเอสเอ็มอี โดยเฉพาะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการในการแข่งขันทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับสากล เนื่องจากผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะลงทุนในธุรกิจ จะได้รับประโยชน์ในแง่ของการสนับสนุนด้านข้อมูลอย่างเต็มที่ผ่านระบบดังกล่าว ในขั้นตอนต่างๆ ที่ครบวงจร เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาในเรื่องของการวางแผนธุรกิจ งบประมาณในการลงทุน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต และการหาตลาด อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพในการลงทุน และความสำเร็จในการทำธุรกิจไม่เพียงแต่ในระดับประเทศ หากยังขยายธุรกิจสู่ระดับสากล” นางสุมลมาลย์ กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินงานในการติดตั้งระบบ Sub Call Center 1563 ทางกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้บริษัท ฟูจิตสึ เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องของการวางแผนงาน และดูแลในเรื่องของการวางระบบงานดังกล่าว โดยประสานงานกับทางบริษัทซีเมนส์ ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องอุปกรณ์และระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ในการเชื่อมโยงระหว่างระบบโทรศัพท์กลางของกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ากับระบบ Sub Call Center Service พร้อมพัฒนาไปสู่ระบบโทรศัพท์กลางของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้หมายเลข 1563

นอกจากนี้ทางกระทรวงกำลังขยายการให้บริการและติดตั้งระบบการจัดการเครือข่ายบริการของกระทรวง (CRM : Customer Relationship Management) เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระบบการให้บริการข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานระดับกรม สำนักงาน และสถาบันอิสระที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม ตลอดจนดำเนินการประสานงานและเชื่อมโยงกับศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC: Government Contact Center ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการข้อมูลแก่กลุ่มเป้าหมายต่อไป

“การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้หน่วยงานราชการ ทำให้เราสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น และทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงลดความยุ่งยาก ในการที่ประชาชนจะเข้าถึงบริการของรัฐ และเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างกว้างขวางขึ้นอีกด้วย ในขณะเดียวกัน ช่วยให้ประชาชนสามารถคาดหวังถึงระดับการบริการที่ดี สะดวก และรวดเร็ว เช่นเดียวกันกับที่ได้รับจากภาคเอกชน ซึ่งคำนึงถึงการให้บริการเป็นหัวใจสำคัญ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเน้นให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาและปรับปรุงให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนได้อย่างสูงสุด” นางสุมลมาลย์ กล่าวสรุป

กระทรวงอุตสาหกรรมจับมือ ฟูจิตสึ และ ซีเมนส์ ร่วมพัฒนาระบบเซ็นเตอร์ให้บริการข้อมูลผ่าน 1563


เกี่ยวกับ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด (FSBT) ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน ปี พ.ศ.2533 โดยให้การบริการและผลิตภัณฑ์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพสูง แก่ตลาดในเมืองไทย ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด คือกลุ่มบริษัทในเครือฟูจิตสึ ผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และ โซลูชั่น การสื่อสารโทรคมนาคมต่างๆ ด้วยทีมงานมืออาชีพของเรา จึงรับประกันว่าฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด สามารถให้บริการด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่มีคุณภาพแก่คุณ


ข้อมูลติดต่อสำหรับนักข่าว

วัชรีพันธ์ ศักดิพงศ์
Marketing Department
โทรศัพท์: +66 (0) 2500-1780
โทรสาร: +66 (0) 2500-1555